• ซ่อน
  • ซ่อน
Powered by power by WOW

บทความท่องเที่ยว

ศึกการค้าอเมริกา-ปักกิ่งไร้แววประนีประนอม ด้าน’ทรัมป์’กับที่ปรึกษาใหญ่เห็นต่าง เรื่องใครเป็นคนจ่ายภาษีที่มะกันเก็บเพิ่มขึ้น


เอเจนซีส์ – การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนกำลังเจอทางตันในวันอาทิตย์ (12 พ.ค.) วอชิงตันยืนกรานให้ปักกิ่งรักษาคำมั่นที่จะในการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ขณะที่จีนลั่นจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันภายนอกและไม่ยอมกิน “ผลไม้มีพิษ” ที่ทำลายผลประโยชน์ของชาติ ขณะเดียวกัน ทางด้านทรัมป์อวดอ้างว่า อเมริกาเป็นฝ่ายได้เปรียบในความขัดแย้งนี้ ทว่า ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาวกลับยอมรับว่า มาตรการรีดภาษีสินค้าเมด อิน ไชน่า ส่งผลกระทบทั้งต่ออเมริกาและจีน 


สงครามการค้าซึ่งทั่วโลกจับตาปะทุรุนแรงขึ้นอีกรอบเมื่อวันศุกร์ (10) จากการที่อเมริกาเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มสูงขึ้นจากสินค้าจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ภายหลังที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ปักกิ่ง “ละเมิดคำมั่น” ที่ได้ตกลงกันไว้ในการเจรจาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ในวันอาทิตย์ (12) แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว กล่าวในรายการฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์ว่า จีนต้องยอมรับข้อกำหนดในการบังคับใช้ที่ “เข้มงวดมากๆ” สำหรับข้อตกลงสุดท้ายที่จะทำกับสหรัฐฯ และบอกว่า ประเด็นที่ติดขัดก็คือ การที่จีนลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้ เขายังสำทับว่า มาตรการขึ้นภาษีศุลกากรของอเมริกาจะยังคงมีผลบังคับอยู่ แม้หากมีการหารือกันต่อก็ตามที

ทว่า ปักกิ่งไม่ได้มีทีท่าอ่อนข้อ เกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงในวันจันทร์ (13) ว่า จีนจะไม่มีวันยอมจำนนต่อแรงกดดันภายนอก รวมทั้งยังเชื่อมั่นและมีความสามารถในการปกป้องสิทธิตามกฎหมายอันชอบธรรมของตนเอง

นอกจากนั้นหนังสือพิมพ์เหรินหมินรึเป้า (พีเพิลส์ เดลี) ปากเสียงอย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยังระบุในบทความฉบับวันจันทร์ว่า ไม่ว่าใครก็ไม่ควรคาดหวังว่า จีนจะยอมกลืนกินผลไม้มีพิษที่บ่อนทำลายผลประโยชน์หลักของประเทศ และว่า แม้ปักกิ่งเปิดกว้างในการหารือแต่จะไม่ยอมจำนนในประเด็นที่มีความสำคัญในด้านหลักการ

ส่วน โกลบัล ไทมส์ แท็บลอยด์ที่ตีพิมพ์โดยเหรินหมินรึเป้า ขานรับในบทบรรณาธิการฉบับวันจันทร์เช่นเดียวกันว่า จีนไม่มีเหตุผลที่จะเกรงกลัวสงครามการค้า และพร้อมปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรี ตลอดจนถึงสิทธิ์ในการพัฒนาในระยะยาวของประชาชนเมื่อถูกข่มขู่ในเชิงยุทธศาสตร์

ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์พยายามเน้นย้ำสิ่งที่เขาพยายามสร้างภาพเอาไว้หลายวันแล้ว นั่นคือการยืนยันว่าอเมริกาเป็นฝ่ายได้เปรียบในสงครามการค้า โดยเขาทวิตว่า บริษัทหรือคนอเมริกันที่ซื้อสินค้าจีน อาจเปลี่ยนไปซื้อสินค้าแบบเดียวกันจากผู้ผลิตภายในประเทศหรือประเทศอื่นก็ได้ และย้ำว่า สหรัฐฯจะเป็นผู้กอบโกยเงินทองเป็นหมื่นล้านดอลลาร์จากการรีดภาษีศุลกากรสินค้าจีน



อย่างไรก็ตาม พวกนักเศรษฐศาสตร์ต่างพากันชี้ว่า รัฐบาลจีนหรือบริษัทในจีนนั้นไม่ได้เป็นผู้เสียภาษีดังกล่าว แต่ผู้ที่จ่ายคือผู้นำเข้าสินค้าจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทอเมริกันหรือบริษัทในเครือของกิจการต่างชาติที่จดทะเบียนในอเมริกา และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้มักถูกผลักให้เป็นภาระของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่คือผู้ผลิตและผู้บริโภคในสหรัฐฯ

เมื่อถูกถามในรายการฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์ ว่า ใครกันแน่ที่ต้องเป็นคนจ่ายภาษีศุลกากร คุดโลว์บอกว่า ทั้งอเมริกาและจีนล้วนได้รับผลกระทบ คำตอบเช่นนี้เห็นชัดว่าตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับที่ทรัมป์ประกาศ กระนั้น คุดโลว์ก็พยายามพูดด้วยว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถรับมือผลกระทบได้

คุดโลว์เสริมว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มจี20 ที่ญี่ปุ่นปลายเดือนหน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับมุมมองที่แตกต่างในประเด็นการค้า และว่า แม้ยังไม่มีกำหนดการเจรจาการค้าครั้งใหม่กับจีน แต่ปักกิ่งได้เชื้อเชิญสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และโรเบิร์ต ไลไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เดินทางไปปักกิ่ง บ่งชี้ความเป็นไปได้ในการเปิดการหารือระดับสูง

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังมีการคาดหวังอย่างกว้างขวางว่า ผู้นำจีนและอเมริกาจะลงนามข้อตกลงการค้ากันได้ในระหว่างที่พวกเขาเข้าร่วมซัมมิตจี20 ทว่า การเจรจาการค้าล่าสุดกลับเผชิญทางตัน โดยที่ฝ่ายสหรัฐฯกล่าวหาว่าจีนเสนอทบทวนร่างข้อตกลง โดยต้องการลบคำมั่นก่อนหน้านี้ว่า จะยอมเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อบังคับใช้นโยบายใหม่ในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาไปจนถึงการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี


แหล่งข่าวฝ่ายสหรัฐฯเผยว่า ระหว่างการเจรจาที่วอชิงตันเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว รองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ หัวหน้าคณะเจรจาและที่ปรึกษาเศรษฐกิจระดับสูงของจีน บอกว่า จีนสามารถบรรลุการเปลี่ยนเปลงนโยบายได้ โดยเพียงออกเป็นกฎระเบียบข้อบังคับของคณะรัฐมนตรี

ทว่า ไลไฮเซอร์คัดค้านและบอกหลิวว่า อเมริกายืนกรานให้ใช้ร่างข้อตกลงเดิมคือจีนต้องแก้ไขกฎหมาย ไม่ใช่แค่คำประกาศจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้น และอเมริกาจะบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรจนกว่าจีนจะยินยอม

นอกจากนั้นทรัมป์ยังสั่งให้เตรียมการขึ้นภาษีสินค้าจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ที่เหลืออยู่

ต่อมาในวันเสาร์ หลิวประกาศว่า จีนจำเป็นต้องตอบโต้มาตรการภาษีล่าสุดของอเมริกา

เครดิต https://mgronline.com/around/detail/9620000045876

Wholesale
ตัวจริงวงการทัวร์
Guarantee
มีหัวหน้าทัวร์ทุกกรุ๊ป
Value & Price
คุ้มค่า คุ้มราคา
Booking Online 24 Hr.
จองง่าย ได้ที่ชัวร์